วิธีเลือกเครื่องสำรองไฟอย่างไร ให้เหมาะกับอุปกรณ์

วิธีการเลือกเครื่องสำรองไฟฟ้า UPS ให้เหมาะสมกับอุปกรณ์ที่ใช้งาน

เครื่องสำรองไฟฟ้า UPS (Uninterruptible Power Supply) เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยจ่ายพลังงานไฟฟ้าสำรองให้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์เมื่อเกิดไฟดับ ไฟตก ไฟเกิน หรือความผิดปกติของระบบไฟฟ้า นอกจากนี้ UPS บางประเภทสามารถช่วยปรับปรุงคุณภาพไฟฟ้า เพื่อให้อุปกรณ์ทำงานได้อย่างต่อเนื่องและมีเสถียรภาพ

การเลือก UPS ที่เหมาะสมจึงไม่ควรพิจารณาเพียงกำลังไฟของเครื่องเท่านั้น แต่ควรพิจารณาประเภทของอุปกรณ์ ลักษณะโหลด คุณภาพไฟฟ้าที่ต้องการ และระยะเวลาที่ต้องการสำรองไฟร่วมด้วย

1. สำรวจอุปกรณ์ที่ต้องการต่อกับ UPS

ขั้นตอนแรกคือการรวบรวมรายการอุปกรณ์ทั้งหมดที่ต้องการป้องกัน เช่น

  • คอมพิวเตอร์และ Workstation
  • Server และ Network Equipment
  • ระบบ CCTV และ Security System
  • เครื่องมือวัดและอุปกรณ์ห้อง Lab
  • ระบบควบคุมอัตโนมัติ
  • เครื่องจักรในโรงงาน
  • ระบบโทรคมนาคมและสื่อสาร
  • อุปกรณ์ทางการแพทย์
  • ระบบ Data Center

ควรตรวจสอบข้อมูลกำลังไฟของอุปกรณ์แต่ละชนิดจากป้าย Nameplate หรือคู่มือ เช่น W (Watt), VA (Volt-Ampere) รวมถึงแรงดันไฟฟ้าและจำนวนเฟส

2. คำนวณกำลังไฟของโหลด

การเลือกขนาด UPS จำเป็นต้องทราบว่ามีโหลดรวมเท่าใด โดยสามารถนำกำลังไฟของอุปกรณ์แต่ละตัวมารวมกัน

ตัวอย่าง

หากมีอุปกรณ์ดังนี้

  • Server = 800 W
  • Network Switch = 200 W
  • Storage = 500 W
  • อุปกรณ์ Network อื่น ๆ = 300 W

โหลดรวม = 1,800 W

จากนั้นควรเผื่อกำลังสำหรับการเพิ่มโหลดในอนาคตและความผันผวนของโหลด โดยไม่ควรเลือก UPS ที่มีขนาดพอดีกับโหลดจนเกินไป

3. พิจารณาค่า VA และ Watt ของ UPS

UPS มักระบุขนาดกำลังเป็น VA หรือ kVA และมีค่ากำลังไฟฟ้าจริงเป็น W หรือ kW

ตัวอย่างเช่น UPS ขนาด 10 kVA อาจรองรับกำลังไฟจริงได้แตกต่างกันตามค่า Power Factor ของ UPS รุ่นนั้น ดังนั้นการเลือก UPS ควรดูทั้งค่า kVA และ kW ไม่ควรพิจารณาจากค่า kVA เพียงอย่างเดียว

ควรเลือก UPS ที่สามารถรองรับโหลดปัจจุบันได้อย่างเหมาะสม และมี Capacity เหลือสำหรับการขยายระบบในอนาคต

4. เลือกประเภท UPS ให้เหมาะกับลักษณะการใช้งาน

UPS มีหลายรูปแบบ โดยประเภทที่เหมาะสมจะแตกต่างกันตามความสำคัญของอุปกรณ์

Standby UPS

เหมาะสำหรับอุปกรณ์ทั่วไป เช่น คอมพิวเตอร์สำนักงาน อุปกรณ์ขนาดเล็ก หรืออุปกรณ์ที่ไม่ได้มีความสำคัญสูงมาก

Line Interactive UPS

เหมาะสำหรับคอมพิวเตอร์สำนักงาน ระบบ Network และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั่วไปที่ต้องการการป้องกันไฟฟ้าที่ดีขึ้น

True Online UPS

เหมาะสำหรับอุปกรณ์ที่มีความสำคัญสูงและต้องการคุณภาพไฟฟ้าที่มีเสถียรภาพ เช่น

  • Server
  • Data Center
  • ระบบ Network สำคัญ
  • ระบบควบคุม
  • เครื่องมือวิเคราะห์
  • เครื่องจักรในโรงงาน
  • ระบบสื่อสาร

ระบบ True Online UPS สามารถจ่ายไฟผ่านกระบวนการ Double Conversion อย่างต่อเนื่อง จึงช่วยแยกโหลดออกจากความผิดปกติของไฟฟ้าด้านขาเข้าได้มากกว่าระบบ UPS ทั่วไป

5. พิจารณาว่าโหลดเป็น 1 เฟส หรือ 3 เฟส

ก่อนเลือก UPS ต้องตรวจสอบระบบไฟฟ้าของอุปกรณ์ว่าเป็น

1 Phase หรือ 3 Phase

รวมถึงตรวจสอบว่า UPS ต้องการไฟเข้าและไฟออกเป็นแบบใด เช่น

  • Input 1 Phase / Output 1 Phase
  • Input 3 Phase / Output 1 Phase
  • Input 3 Phase / Output 3 Phase

โดยเฉพาะโรงงานอุตสาหกรรมและระบบขนาดใหญ่ การเลือกจำนวนเฟสให้ตรงกับระบบไฟฟ้าของสถานที่และอุปกรณ์เป็นเรื่องสำคัญ

6. พิจารณาลักษณะของโหลด

อุปกรณ์แต่ละชนิดมีพฤติกรรมการใช้พลังงานแตกต่างกัน เช่น Server, Motor, เครื่องจักร และ Switching Power Supply อาจมีลักษณะโหลดหรือกระแสกระชากที่แตกต่างกัน

หากเป็นเครื่องจักรหรืออุปกรณ์ที่มี Motor หรือโหลดที่มีกระแสเริ่มต้นสูง ควรแจ้งข้อมูลให้ผู้เชี่ยวชาญทราบก่อนเลือก UPS เพื่อให้สามารถประเมินขนาด UPS ได้อย่างเหมาะสม

7. กำหนดระยะเวลาสำรองไฟที่ต้องการ

ควรกำหนดว่าต้องการให้ UPS สำรองไฟนานเท่าใด เช่น

  • 5–10 นาที สำหรับการบันทึกข้อมูลและ Shutdown ระบบ
  • 15–30 นาที สำหรับระบบที่ต้องการเวลาจัดการมากขึ้น
  • หลายสิบนาทีถึงหลายชั่วโมง สำหรับระบบที่ต้องการความต่อเนื่องสูง

ระยะเวลาสำรองไฟขึ้นอยู่กับขนาดโหลด ความจุแบตเตอรี่ และการออกแบบระบบ ดังนั้นหากต้องการ Backup Time นานขึ้น อาจจำเป็นต้องเพิ่ม Battery Cabinet หรือชุดแบตเตอรี่ตามความเหมาะสม

8. พิจารณาคุณภาพไฟฟ้าในสถานที่ติดตั้ง

หากพื้นที่ติดตั้งมีปัญหาไฟตก ไฟเกิน ไฟกระชาก หรือความถี่ไฟฟ้าไม่เสถียร ควรเลือก UPS ที่มีความสามารถในการควบคุมและปรับปรุงคุณภาพไฟฟ้าได้เหมาะสม

สำหรับระบบที่มีความสำคัญสูง การเลือก True Online UPS สามารถเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการเพิ่มความเสถียรให้กับระบบไฟฟ้าที่จ่ายให้อุปกรณ์

9. ตรวจสอบพื้นที่ติดตั้งและรูปแบบของ UPS

UPS มีรูปแบบการติดตั้งหลายประเภท เช่น

Tower Type
เหมาะสำหรับติดตั้งในห้อง Server ห้องควบคุม หรือพื้นที่ที่ต้องการวางเครื่องในแนวตั้ง

Rack Mount Type
เหมาะสำหรับติดตั้งใน Rack Cabinet โดยเฉพาะระบบ Server และ Network

สำหรับ UPS ขนาดใหญ่ อาจมีการติดตั้งร่วมกับ Battery Cabinet เพื่อเพิ่มความสามารถในการสำรองไฟ

10. พิจารณาการขยายระบบในอนาคต

หากองค์กรมีแผนเพิ่ม Server เครื่องจักร หรืออุปกรณ์ไฟฟ้าในอนาคต ควรเผื่อ Capacity ของ UPS ให้เหมาะสมตั้งแต่แรก

การเลือก UPS ที่มีขนาดเหมาะสมและรองรับการขยายระบบ จะช่วยให้สามารถเพิ่มโหลดได้โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนระบบ UPS ใหม่ทั้งหมดในภายหลัง

11. เลือก UPS จากผู้ผลิตและผู้ให้บริการที่มีความเชี่ยวชาญ

นอกจากตัวเครื่องแล้ว ควรพิจารณาบริการหลังการขาย การรับประกัน การตรวจเช็ก Preventive Maintenance การเปลี่ยนแบตเตอรี่ และการให้บริการเมื่อเกิดปัญหา

โดยเฉพาะ UPS สำหรับโรงงานอุตสาหกรรม Server, Data Center และระบบสำคัญ การมีทีมช่างที่สามารถตรวจสอบและให้บริการหน้างานได้ จะช่วยลดความเสี่ยงจาก Downtime ของระบบ


สนใจติดต่อทีมงาน U PROTECT เพื่อสอบถามรายละเอียดผลิตภัณฑ์ ขอข้อมูลทางเทคนิค หรือปรึกษาการเลือกขนาด UPS ให้เหมาะกับระบบของคุณ เรายินดีให้บริการ

 

บริษัท ยูโปรเทค จำกัด (U PROTECT CO., LTD.)
LINE: @uprotect (With @) , ID : upt7702
✉️ sales@u-pt.com
02-743-3998 | 081-554-7702
▶️ UPROTECT UPS
Facebook: @soltecups
 
 


Visitors: 611,158